สื่อสังคมออนไลน์ หรือ โซเชียลมีเดียต่างๆ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพวกเรากันไปแล้ว แน่นอนว่านักเตะเองก็ไม่เว้น แต่บางครั้งการแสดงความรู้สึก อารมณ์ คำพูด หรืออะไรก็ตามลงไป มันก็จะเหมือนกับเป็นการผูกมัดตัวเราเองไปด้วย แน่นอนว่าถ้าพูดเรื่องดีก็แล้วกันไป แต่หากพูดเรื่องไม่ดีมันอาจจะกลายเป็นหอกมาทิ่มแทงเราทีหลังก็เป็นได้
ทวิตเตอร์แสดงอารมณ์ของนักเตะ
ในเมืองนอกนั้นส่วนใหญ่มักจะนิยมโซเชียลมีเดียอย่าง ทวิตเตอร์มากกว่า ซึ่งบางครั้งนักกีฬา หรือ นักเตะหลายคนอาจจะทวิตเรื่องราวชีวิตประจำวันซึ่งก็ไม่แปลกอะไร แต่หากมีการทวิตเรื่องราวเชิงลบเกี่ยวกับตัวนักเตะในทีม ผู้จัดการทีมหรืออะไรก็ตามรับรองได้เลยว่า ไม่เกินสองวัน สิ่งที่ทวิตนั้นได้กลายเป็นข่าวดังในชั่วข้ามคืนแน่ ถึงแม้ว่าจะลบแล้วแต่ก็ยังไม่คนเซฟเอามาแฉอีกอยู่ดี เมื่อทำไปแล้วก็ต้องเกิดปัญหาภายในทีมขึ้นมาอีก
ทวิตเตอร์แสดงอารมณ์ของคนรอบข้างนักเตะ
ไม่เพียงแต่ทวิตของนักเตะเท่านั้นที่ทำให้เกิดปัญหา ทวิต ที่เกิดจากคนรอบตัวของนักเตะเองก็ทำให้เกิดปัญหาได้เหมือนกัน อย่างเช่น กรณีที่คอลลีนเมียรูนีย์ออกมาปกป้องสามีถึงคนที่โห่เค้า กลับกลายเป็นว่าเรื่องราวบานปลายไปอีก หรือล่าสุดจะเป็นน้องชายของลุค ชอว์ ที่ออกมาแฉว่า จ่ามู ไม่ชอบชอว์ มีอคติกับชอว์ (เดาว่าเรื่องไม่ย้ายไปเชลซีรอบ 2 ) เลยทำให้ชอว์ไม่ค่อยได้ลงสนาม ถึงแม้ว่าจะอยู่ในสภาพฟิตสมบูรณ์ก็ตาม ถึงแม้ว่าน้องของชอว์จะออกมาบอกว่าเป็นการตัดต่อ กลั่นแกล้งกัน แต่เชื่อเหอะว่าเราไม่เชื่อหรอก แล้วการทำแบบนี้ไม่ทำให้สถานการณ์ในทีมของชอว์ดีขึ้นเลย กลับแย่ลงไปเสียอีก สรุปว่าถ้าจะทวิตหรือโพสต์อะไรทำนองนี้ แนะนำว่าไม่ทำดีกว่า